Medical-abortion-Abortion-pill

          เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เภสัชกรตั้งใจเขียนบทความนี้อย่างระมัดระวัง เพราะเราอยากจะสื่อให้ประชาชนทั้งหลาย ได้เข้าใจถึงขบวนการตั้งครรภ์ การแท้งตามธรรมชาติหรือเกิดจากอุบัติเหตุ และการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่กำลังเกิดขึ้นมากและบ่อยในแวดวงดารานักร้องจนต้องไปหาทางเลือกที่ผิดๆในการทำแท้ง เราอยากสื่อให้ทุกท่านได้เข้าใจว่า ควรป้องกันการตั้งครรภ์อย่างไร และการทำแท้ง จะมีความเสี่ยงและมีอันตรายอย่างไร ตอนนี้เราจะมาดูว่ายาอะไรบ้างที่เลือกนำมาใช้ยุติการตั้งครรภ์มีผลเกิดได้อย่างไร อันตรายรุนแรงแค่ไหนหากไม่ได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ ขอย้ำเตือนในฐานะเภสัชกรอีกครั้งว่า ไม่ส่งเสริมให้มีการทำแท้งโดยการใช้ยาหรือวิธีอื่นๆใดๆทั้งสิ้น

ยาทำแท้งมาจากไหน?
          ทางเลือกแรกๆที่สตรีที่ไม่พร้อมจะมีบุตร ในการจัดการปัญหาการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ขึ้น คือ การใช้ยาทำแท้ง โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นมักเข้าใจว่า  ยาหลากชนิดเช่นยาขับตัวอ่อนทั้งรูปแบบยากิกนและยาสอดต่างๆ รวมไปถึงยาสมุนไพรขับประจำเดือน โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงผลเสียหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้น

          ผลจากการสำรวจทัศนคติของวัยรุ่นหญิงในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจำนวน 1,148 คน เรื่อง "การทำแท้งและการใช้ยาทำแท้งในวัยรุ่น" พบว่า ร้อยละ 18.5 เห็นด้วยกับการทำแท้งโดยจำแนกเป็นเพศชาย ร้อยละ 7.9 และ เพศหญิง ร้อยละ 10.6 ร้อยละ 17.6 ทราบแห่งขายยาทำแท้ง และทราบว่าแหล่งขายยาทำแท้งที่วัยรุ่นส่วนใหญ่รู้จักกันมากที่สุด ร้อยละ 61.5 คือ ร้ายขายยา ในกลุ่มตัวอย่างที่ทำสำรวจนี้ มีวัยรุ่นจำนวน 80 คน เคยซื้อยาทำแท้ง ในจำนวนนี้ ร้อยละ 56.25 ซื้อจากร้านขายยา ร้อยละ 21.25 ซื้อจากอินเตอร์เน็ต ร้อยละ 16.25 ซื้อจากแพทย์โดยตรง และส่วนที่เหลือ ร้อยละ 6.25 ใช้วิธีการฝากคนอื่นซื้อ
 
ยาที่ใช้ทำแท้ง
          การใช้ยาในการยุติการตั้งครรภ์โดยมากมักมีที่ใช้ในช่วงอายุครรภ์ 7-15 สัปดาห์ มีอยู่สองวิธีได้แก่การใช้หัตถการทางสูติศาสตร์ในการยุติการตั้งครรภ์ และการใช้ยา ได้แก่

1. Oxytocin
          ออกฤทธิ์โดยการทำให้เกิดการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อมดลูก มักนิยมใช้ในการตั้งครรภ์ไตรมาสที่สองมีอัตราความสำเร็จที่ร้อยละ 80-90 แต่จะได้ผลดีต่อเมื่อมีการเตรียมปากมดลูกให้พร้อมมาก่อน

 

2. Prostaglandins
          ได้แก่ Misoprostol หรือในชื่อการค้าว่า Cytotec ซึ่งเป็น Synthetic Prostaglandin E1 analog สามารถใช้เป็นยาเดี่ยวหรือใช้ร่วมกับยาอื่นๆเช่นMifepristone โดยขนาดยาและช่องทางการให้ยาจะกล่าวถึงต่อไปในประเทศไทยนั้นมักอยู่ในรูปยาเม็ดสีขาวหกเหลี่ยมขนาด 200 ug ต่อเม็ดโดยยาจะทำให้เกิดการอ่อนนุ่มของปากมดลูกละทำให้เกิดการหดรัดตัวของมดลูกโดยมีผลข้างเคียงที่พบบ่อยได้แก่ไข้หนาวสั่นท้องเสียท้องอืดและคลื่นไส้อาเจียน
 
ความจริงแล้ว Misoprostol เป็นยาใช้ช่วยในการยับยั้งการหลั่งของกรดน้ำย่อยในกระเพาะอาหารใช้สำหรับการรักษาอาการแผลของลำไส้เล็กส่วนต้น  ของโรคกระเพาะอาหารทั่วไปหรือในรายที่คนไข้มีการใช้ยากลุ่มต้านการอักเสบที่มิใช่สเตียรอยด์ เพื่อป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารสำหรับผู้ป่วยในรายที่ต้องกินยาต้านการอักเสบนานๆ เพราะจะมีแนวโน้มเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหารได้ง่าย
 
แต่เนื่องจากตัวยาดังกล่าวมีฤทธิ์ในการบีบมดลูกจึงมีการนำมาใช้เป็นยาเหน็บช่องคลอดเพื่อการทำแท้ง อันตรายที่เกิดขึ้นคือ ยาอาจจะให้เกิดอาการปวดท้องและตกเลือดอย่างรุนแรงได้ โดยเฉพาะการใช้ยาในบางช่วงอายุครรภ์ที่อาจเกิดอันตรายได้มากกว่าปกติ หรือ หากเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูกก็ยิ่งมีการตกเลือดอย่างรุ่นแรงมากขึ้น หรืออาจเกิดอาการมดลูกปริแตก ในกรณีที่ผุ้ใช้ยาผ่านการผ่าตัดมดลูกมาก่อน อาการทั้งหมดนี้อาจส่งผลถึงกับชีวิตได้
 
          ยา Misoprostol ตัวนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เป็นต้นมา สำนักงานคณะกรรมการ อาหารและยา (อย.) ได้จัดให้เป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ในโรงพยาบาล  ซึ่งส่งผลให้เกิดการลักลอบขายยาในราคาที่สูงขึ้นมากทั้งในช่องทางลักลอบที่ผิดกฎหมาย  

 

3. Anti-progesterone
          เป็นที่รู้จักกันในชื่อ mifepristone หรือ RU-486 เป็นยากลุ่ม synthetic steroidออกฤทธิ์เป็น progesterone receptors antagonist มีที่ใช้ในการยุติการตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์น้อยกว่า 49 วันตามข้อกำหนดองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา  จากกลไกการออกฤทธิ์พบว่าจะใช้ได้ผลดีเมื่อใช้ร่วมกับ misoprostol แต่ปัจจุบันยาตัวนี้ในประเทศไทยห้ามจำหน่าย

4. Methotrexate
          เป็นสารประเภท antimetabolited จัดเป็นยาที่จัดอยู่ในพวก chemotherapy จะออกฤทธิ์ทำให้ตัวอ่อนหยุดการเจริญและหยุดการแบ่งตัว  หลังจากนั้นจะเกิดการแท้งออกมาเองตามธรรมชาติ ใช้ในอายุครรภ์ที่ไม่เกิน  6 สัปดาห์ ยานี้มีข้อเสียคือหากการแท้งนั้นไม่สำเร็จและต้องการที่จะตั้งครรภ์ต่อไปตัวอ่อนที่เจริญเติบโตต่อมีโอกาสที่จะมีความพิการแต่กำเนิดได้มาก
 
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยได้แก่  คลื่นไส้อาเจียนถ่ายเหลวปวดท้อง  และมีคำแนะนำเนื่องจาก methotrexate มีผลอันตรายต่อลูกในครรภ์ให้พิการหากรอดมาได้ ควรคุมกำเนิดอย่างน้อยสามเดือนหลังจากได้รับยานี้

Please follow and like us:

Comments

  1. สวัสดีค่ะ ดิฉันขอถามเลยนะค่ะ
    ปกติประจำเดือนข องดิฉัน จะมาตรงทุกข์เดือน คือ18 วันมาทีิ พอถึงเดือนนี้จะต้องมาวันที่ 24 ก.ย 57 ตอนนี้เลยมาอาทิตย์กว่าแล้วค่ะ ไปซื้อตรวจมาตรวจปรากฎว่าขึ้น 2 ขีด ซึ่งท้องใช่ไหมค่ะ

    ดิฉันยังไม่พร้อมจะท้องตอนนี้เลยค่ะ เนื่องจากขาดอีกหลายปัจจัยมาก ทั้งทางด้านครอบครัวคือพ่อแม้ และการเงิน ด้านของพ่อของลูก ดิฉันอยากจะปรึกษา ไม่ทราบว่ามีเบอร์โทร ติดต่อได้สะดวกกว่านี้ไหมค่ะ ขอบคุณค่ะ

    1. คือว่าหนูไม่พร้อมที่จะตั้งครรภ์จ้าอีกอย่างหนูกลัวพ่อแม่ตีกลัวพ่อแม่อายชาวบ้านอีกอย่างหนูก็เลิกกับแฟนด้วยนะค่ะหนูเลยหมดหนทางเลยจะปรึกษาค่ะหนูไม่พร้อมที้จะตั้งครรภ์ทำอย่างงัยดีค่ะขอคำแนะนำหน่อยจ้าอยากได้คำแนะนำจากแพทย์ใจดีนะค่ะ ขอบคุนค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.